ท่านยังไม่ได้ใส่ logo กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อใส่ภาพโลโก้ประจำบอร์ดที่ต้องการ
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  หมวดเว็บบอร์ดเริ่มต้น (ท่านสามารถแก้ไขได้)

  

  Topic : กลุ่ม 7 CVP

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1] 2   Next >>
  ผู้ชมทั่วไป อ.หนึ่ง

 pckcafe@gmail.com 125.27.148.48

  โพสต์เมื่อ : 31 ส.ค. 2553 23:02 น.

กลุ่ม  7  CVP
- น.ส. จารุวรรณ           น้อยคำเมือง         เลขที่  3

- น.ส.ฉัตรวดี               แก้วคำ                 เลขที่  12
- น.ส.ณัฐภรณ์             นพกวด                เลขที่ 16
- น.ส. น้ำค้าง              ประสงค์ดี              เลขที่  26
- น.ส. ภัทรพร              นุชนา                  เลขที่ 36
- น.ส. วรรณิศา           ฉิมพาลี                 เลขที่  43
- น.ส. วิชชุดา              ศรีวันทนา            เลขที่ 46
- น.ส. สุนันทา              อ่ำจิ๋ว                  เลขที่  59
- น.ส. เสาวนีย์              หมอนวด             เลขที่  64
- น.ส. อลิสา                 สุริยวิทยาเวท       เลขที่  67


    
 

  1 ก.ย. 2553 13:22 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.หนึ่ง

  202.29.105.5:10.0.2.248

  

นศ.ที่รัก

เริ่มทำงานกันได้แล้วนะครับ

อ.หนึ่ง

 


  2 ก.ย. 2553 18:13 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป จารุวรรณ

  182.52.17.81:10.0.1.229

  

การวัดความดันในหลอดเลือดดำกลาง

Central Venous Pressure Monitoring

 

ความหมาย

              Central Venous Pressure (CVP) หมายถึง ความดันในหลอดเลือดดำ Superior Vena Cava (SVC) ซึ่งมีค่าเท่ากับความดันของ right atrium (RA) และเป็นการแสดงถึง preload ของ right ventricle (RV) หรือ right ventricular end-diastolic pressure (RVEDP)

ค่า CVP จะบอกได้ถึงปริมาณน้ำและเลือดที่ไหลเวียนในร่างกาย  ประสิทธิภาพของ right ventricle และ venous capacitance

ปริมาณน้ำหรือเลือดในหัวใจซีกซ้าย (Left Atrial Pressure, LAP) อาจวัดโดยการใส่สาย polyvinyl catheter เข้าไปใน left atrium โดยตรงระหว่างการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด หรือโดยใส่ Swan-Ganz catheter ผ่านทางเส้นเลือดดำใหญ่เข้าสู่ pulmonary artery และวัด Pulmonary Capillary Wedge Pressure (PCWP) ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับความดันใน left atrium

ข้อบ่งชี้ในการ monitor CVP มีดังนี้

1.  ในผู้ป่วยที่สูญเสียเลือดจากอุบัติเหตุหรือจากการผ่าตัด ภาวะ sepsis และกรณีอื่นที่ทำ

ให้ปริมาณเลือดและน้ำในร่างกายลดลง

2.  ในผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำเกิน

3.  ในกรณีที่ต้องการประเมินการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด

ตำแหน่งเส้นเลือดที่ใช้สำหรับ monitor CVP

              ในการ monitor CVP แพทย์จะทำ cut down เส้นเลือดดำ ซึ่งตำแหน่งที่ใช้จะเป็นเส้นเลือดดำใหญ่บริเวณข้อพับ ได้แก่ Basilic vein, Brachial vein หรือ Cephalic vein จากนั้นใส่สาย catheter ซึ่งมักใช้ feeding tube No. 8 ยาว 100 cm. โดยปลายสายจะอยู่ที่ Superior Vena Cava ก่อนเข้า right atrium

              นอกจากนี้สามารถ monitor CVP ทาง catheter ซึ่งแทงผ่านผิวหนังเข้าไปในเส้นเลือดดำใหญ่ ได้แก่ External/Internal jugular vein หรือทาง Subclavian vein catheter

              ในกรณีที่ผู้ป่วยใส่ Swan-Ganz catheter สามารถ monitor CVP ได้ทาง proximal line ซึ่งมีรูเปิดอยู่ใน right atrium

การแปลค่า CVP

ใช้ pressure transducer ซึ่งจะมีหน่วยเป็น millimeters of mercury (mmHg)

-        ใช้ water manometer หรือใช้ไม้บรรทัดที่มีสายยาง (extension tube) ซึ่งใช้บ่อยบนคลินิก จะมีหน่วยเป็น centimeters of water (cmH2O)

              หมายเหตุ: 1cmH2O=1.36 mmHg

ค่า CVP ปกติ อาจอยู่ในช่วง 6-12 cmH2O ทั้งนี้มักใช้ค่า CVP ในการเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงจากการรักษาในผู้ป่วยรายนั้นๆ มากกว่า ซึ่งค่า CVP ที่ต่ำลงมัก หมายถึง ปริมาณน้ำและเลือดในร่างกายลดลง ส่วนค่า CVP ที่สูงขึ้นมัก หมายถึงปริมาณน้ำและเลือดในร่างกายมากขึ้น ที่สำคัญในการแปลค่า CVP จะต้องดูอาการและอาการแสดงอื่นร่วมด้วย เช่น blood pressure, heart rate, urine output, urine specific gravity, intake/output, conscious, ฟังปอดได้ยินเสียงผิดปกติ อาการหอบเหนื่อย  ความตึงตัว ความอุ่น เย็น ชื้นของผิวหนัง เป็นต้น

ค่า CVP สูงและต่ำพบได้ในหลายๆ สาเหตุ ดังนี้

              สาเหตุที่ทำให้ CVP สูง

                 Elevated vascular volume

                 Increased cardiac output (hyperdynamic cardiac function)

                 Depressed cardiac function (RV infarct, RV failure)

                 Cardiac tamponade

                 Constrictive pericarditis

                 Pulmonary hypertension

                 Chronic left ventricular failure

              สาเหตุที่ทำให้ CVP ต่ำ

                 Reduced vascular volume

                 Decreased mean systemic pressure (e.g., as in late shock state)

                 Venodilation (drug induced)

วิธีการวัด CVP

1.  บอกให้ผู้ป่วยทราบและล้างมือให้สะอาด

2.  จัดท่าผู้ป่วยให้นอนหงายราบ (ผู้ป่วยบางรายมีข้อจำกัดในการนอนราบหรืออาจหอบ

เหนื่อยขณะที่นอนราบ จัดท่าศีรษะสูงได้ไม่เกิน 45 องศา) และแขนขาขณะที่วัดควรเหยียดตรง

3.  หาตำแหน่งของ zero จุดตัดของ midaxillary line กับ fourth intercostal spaceและ

อาจขีดระดับไว้

4.  ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดบริเวณจุกยางซึ่งอยู่ที่ปลายเปิดอีกด้านของสาย

extension ก่อนเปิดจุกยางนั้น

5.  หมุน three-way ให้ IV fluid ไหลเข้าไปในสาย extension ด้านไม้บรรทัด โดยปิดด้านผู้ป่วยไว้ก่อน ควรให้ IV fluid อยู่ในสาย extension ในระดับเกือบเต็มสาย หรือมากกว่าค่าเดิม (ประมาณ 5 cm) จากนั้นหมุนปิด three-way ด้านไม้บรรทัด

6.  นำไม้บรรทัดวางทาบที่ผู้ป่วย โดยให้ตำแหน่งของ zero หรือเลขศูนย์ ซึ่งจุดที่วางต้องอยู่ระดับเดียวกับ right atrium นั่นคือที่ตำแหน่งจุดตัดของ midaxillary line กับ fourth intercostal space

7.  หมุน three-way ปิดเฉพาะด้านผู้ป่วยกับไม้บรรทัด ปิดด้าน IV (กรณีที่มี three-way

หลายอัน ให้ปรับเฉพาะอันที่อยู่ติดกับสาย cut down หรืออันที่มีไม้บรรทัด)

8.  การอ่านค่า CVP ที่ work ดี จะต้อง fluctuate หรือมีการเต้นขึ้นลงของระดับน้ำในสาย

ที่ไม้บรรทัดตามจังหวะการหายใจ (หากพบว่าเต้นขึ้นลงตามชีพจร แสดงว่าปลายสาย CVP อยู่ลึกเกินไปลงเข้าไปถึงในหัวใจ) ให้อ่านค่าเมื่อเริ่มคงที่ โดยอ่านค่าช่วงหายใจออกสุด (end of expiration) เนื่องจากความดันในช่องทรวงอกจะใกล้เคียงกับความดันบรรยากาศ

*กรณีที่ผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจ และสามารถหายใจเองได้ ไม่มีหอบเหนื่อย ขณะอ่านค่า

ให้ปลดเครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากเครื่องช่วยหายใจจะทำให้ได้ค่า CVP สูงกว่าค่าจริง

  *กรณีที่มีการใส่ PEEP จะทำให้ค่า CVP สูงกว่าค่าจริงมากขึ้น เนื่องจากความดันในช่องทรวงอกมาก แต่ในการวัด CVP ผู้ป่วยที่ on PEEP โดยเฉพาะที่ค่า PEEP > 5 cmH2O จะวัด CVP โดยไม่ปลดเครื่องช่วยหายใจ ทั้งนี้เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้มักมีภาวะของ hypoxia และการปลดเครื่องบ่อยจะมีผลให้ประสิทธิภาพในการถ่างถุงลมปอดลดลง

ดังนั้นในการอ่านค่า CVP ทุกครั้ง ควรบันทึกไว้ด้วยว่าวัดขณะใส่เครื่องช่วยหายใจหรือปลดเครื่อง นอนศีรษะสูงกี่องศา

9.               เมื่ออ่านค่า CVP เสร็จแล้ว ให้หมุน three-way อยู่ในลักษณะเดิม คือ ปิดด้านไม้บรรทัด เปิดด้าน IV fluid และด้านผู้ป่วย จากนั้นปิดจุกยางของสาย extension

10.        ตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้ง โดยเฉพาะการหมุน three-way, rate IV fluid และข้อต่อต่างๆ ไม่ให้หลวมหรือหลุด

11.        จัดท่าผู้ป่วยให้เหมือนเดิมหรือตามความเหมาะสม

ปัญหาที่พบจากการวัด CVP

1. IV fluid ไม่ไหลเข้าไปในสาย extension ของไม้บรรทัด

สาเหตุ                                                                                    แนวทางแก้ไข

- ไม่ได้เปิดจุกยางของสาย extension                            - เปิดจุกยาง

- หมุน three-way ผิดด้าน                                                        - หมุน three-way ให้ถูกด้าน

- มี clot อุดที่ three-way หรือปลายสาย                            - ใช้ syringe ดูด clot ถ้าดูดไม่

                                                                                                ออกให้extension  เปลี่ยน three-

                                                                                               wayใหม่หรือเปลี่ยนสาย

                                                                                               extension ใหม่

2. CVP ไม่ work (ไม่ fluctuate)

สาเหตุ                                                                                    แนวทางแก้ไข

- มีการหักพับของสาย cut down หรือสาย                 - ตรวจสอบสายไม่ให้หักพับ             

                                                                                           extension             

- มีการอุดตันอาจเป็นที่ปลายสาย cut down,               - ใช้ syring ดูด clot ทิ้ง โดยปลด 

                                                                                             สายthree-wayหรือที่สาย 

                                                                                            extension  ออกก่อนและkeep

                                                                                            sterile ไว้ จากนั้นดูด clot จาก three-

                                                                                            way โดยหมุนปิดด้าน IV

- ถ้าดูดเลือดไม่ออกและไม่มี clot ที่ three-way ให้รายงานแพทย์ หากอุดตันแพทย์จะ revise ใหม่

3. มี air ในสาย cut down

สาเหตุ                                                                                    แนวทางแก้ไข

- three-way อาจแตก รั่ว                                                    - ใช้ syringe และเข็ม No. 23-24 ดูด air ออก โดยดูดจากจุกยางของสาย IV

- ข้อต่อต่างๆ หลวม                                                            -ตรวจสอบสาเหตุและแก้ไขตามสาเหตุ

- IV fluid หมด

- ไล่ air ไม่ดีขณะวัด CVP

 

 

4. มีเลือดย้อนจากผู้ป่วยเข้ามาในสายต่างๆ

สาเหตุ                                                                                    แนวทางแก้ไข

- ระบบที่ต่อเป็นระบบเปิด เช่น ข้อต่อต่างๆ              - หมุนข้อต่อต่างๆ ให้แน่น หรือถ้า

รั่ว หรือหลุด                                                                      ข้อต่อรั่วให้เปลี่ยนใหม่

- เปิด IV fluid ไล่เลือด จากนั้นปรับ rate IV ตามแผนการรักษา

ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนทั้งจากขั้นตอนการใส่สาย CVP และการวัด มีดังนี้

1.  Hemothorax

2.  Pneumothorax

3.  Nerve injury

4.  Arterial puncture

5.  Thoracic duct perforation

6.  Arrhythmias

7.  Systemic or local infection

8.  Perforation or erosion of vascular structure

9.  Thrombosis

10.       Air embolism

11.       Blood loss จากข้อต่อหลุด

12.       Volume overload จากลืมปรับ rate IV หลังวัด CVP 

 

อ้างอิง : วราภรณ์ คงสุวรรณ. การวัดความดันในหลอดเลือดดำกลาง. http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:6LP0HRh2YIEJ:lms.psu.ac.th/mod/resource/view.php%3Fid%3D11280+CVP+%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87&cd=1&hl=th&ct=clnk&gl=th (2 กันยายน 2553)

 


  2 ก.ย. 2553 18:22 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป จารุวรรณ

  182.52.17.81:10.0.1.229

  

แล้วมันต้องมีการพยาบาลมั้ยคะ

 


  3 ก.ย. 2553 03:32 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป COTTON

  182.52.17.143:10.0.1.154

  

การพยาบาลก่อนใส่สายและวิํธีปฏิบัติ

     1.เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้

     2.ประเมินระดับความรู้สึกตัว O2 Sat และสัญญาณชีพก่อนใส่สายบันทึกไว้

     3.อธิบายให้ผู้ป่วยและญาติทราบความจำเป็นในการใส่สาย เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยและญาติซักถาม โดยให้ข้อมูลและอธิบายถึงสภาพความเจ็บป่วย  ตามความเป็นจริงให้มากที่สุด

     4.แนะนำข้อปฏิบัติขณะใส่สายและสังเกตอาการผิดปกติที่ต้องแจ้งให้พยาบาลทราบ

     5.เจาะัและติดตามผล PTT ก่อนใส่สาย ถ้้าผิดปกติรายงานให้แพทย์ทราบ (ตามแผนการรักษาของแพทย์)

     6.เตรียมบริเวณที่ใส่สาย  บริเวณหน้าอก ลำคอ ให้สะอาด

     7.ในกรณีที่วัดความดันหลอดเลือดดำส่วนกลาง ให้ทำ Zero point

        7.1แบบ Columm H2O

            - นำสาย Ectension tube No 36" วางทาบกับไม้บรรทัดยาวแล้วนำไปติดกับเสาน้ำเกลือ โดยให้ตำแหน่ง 0

              อยู่ที่ระดับ Zero point

            -ต่อ Extension tube No 36" ที่เตรียมไว้เข้ากับ 3 way ที่ต่อน้ำเกลือที่แพทย์สั่ง  หลังจากนั้นไล้น้ำในสาย

             และใน 3 way เพื่อเตรียมความพร้อมและสามารถวัดได้ทันที

        7.2แบบ columm mmHg

            -ต่อ pressure cable เข้ากับ Pressure module ของ Monitor

            -วาง Transducer บน Transducer holder ที่ติดกับเสาน้ำเกลือ หลังจากนั้นต่อ Transducer กับ pressure

              cable ที่เตรียมไว้แล้ว

            -ต่อ 3 way กับ extension tube ติดกับ ํTransducer ไล่น้ำให้เรียบร้อย

            -เปิด 3 way ตัวที่ติดกับ Transducer ให้ Open air แล้วกดปุ่ม zero ที่เครื่อง Monitor รอจนกว่าตัวเ้ลข

             จะเป็น 0

            -เลือก scale ให้เหมาะสมกับการจัดการ CVP (ปกติให้ scale สูงกว่า CVP เล็กน้อยถ้าไม่ทราบค่าให้ตั้งไว้ที่ 30) พร้อมทั้งเปลี่ยน Label เป็น CVP ด้วย

            -ตั้ง 3 way ตัวที่ Open air ให้อยู่ตรงกับระดับ Zero point ของผู้ป่วย

     8.จัดผู้ป่วยนอนหงาย ศีรษะต่ำ

     9.เปิด Set suture เทน้ำยา Betadine และ  0.9 NSS ในถ้วยแต่ละใบ สำหรับให้แพทย์ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ใส่สายและไล่น้ำในสาย

     10.เปิดเข็มเบอร์ 24 ใส่ใน set สำหรับฉีดยาชาและเตรียมส่งยาชาให้แพทย์ภายหลังแพทย์เตรียมบริเวณและเตรียมสายเรียบร้อยแล้ว

     11.เปิดสาย cavafix ลงใน set

     12.ขณะแทงสาย แพทย์อาจถอดเครื่องช่วยหายใจออกชั่วขณะ (ในกรณีที่ใส่) เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนขณะแทง (็Hemo/Peumothorax )

     13.เมื่อแพทย์แทงเสร็จแล้ว ต่อสายเข้ากับ 3 way ที่มีสารน้ำหรือยาที่เตรียมไว้ทันที ระวังฟองอากาศในช่วงแรก เพราะมักจะมีฟองอากาศติดอยู่ที่ 3 way และรอยต่อ ควรใช้ Syringe ดูดเลือดออกมาจนแน่ใจว่าไม่มีฟองอากาศแล้ว

     14.ปิดผ้า Gauze พลาสเตอร์หรือ Hipafix เพื่อป้องกันการเลื่อนหลุด

     15.วัดความดันหลอดเลือดดำส่วนกลาง และรายงานแพทย์ทราบ ถ้าวัดแบบ columm H2O ให้เปิด 3 way ด้านที่ต่อกับยาหรือสารน้ำ  เปิดด้านที่ต่อสาย Cavafix กับ Extension tube No 36" ที่วางทาบทับกับไม้บรรทัดยาว  อ่านค่าการเลื่อนขึ้นลงของน้ำ  เมื่ออ่านค่าเรียบร้อยแล้วให้ปิด 3 way ทาง columm H2O ทุกครั้งหลังวัดเสร็จแล้ว  เพราะยาและน้ำเกลือจะดัยล้นสายที่วัด CVP ถ้าวัดแบบ Transducer ให้ปิด 3 way ด้านที่ต่อกับยาหรือสารน้ำ  เปิดด้านที่ต่อกับสาย Cavafix กับ Transducer เพราะุ้ถ้าเปิดยาหรือสารน้ำจะทำให้ค่า CVP สูงกว่าปกติ  แต่สามารถเปิดวัดตลอดเวลาได้

     16.Chest X-ray หลังใส่สาย  เพื่อตรวจสอบว่ามีภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สายหรือไม่

การพยาบาลขณะใส่สาย

     1.  จับแขนผู้ป่วยหรืออาจต้องจับมัดไว้ในรายที่ไม่ให้ความร่วมมือ

     2.  ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สุขสบาย  เจ็บ  พยาบาลต้องคอยให้กำลังใจและอยู่เป็นเพื่อนผู้ป่วยตลอดเวลา

     3.  จดบันทึกตำแหน่งการใส่สาย  ความยาวของสายภายหลังการใส่สายเรียบร้อยแล้ว

     4.  สังเกตอาการเปลี่ยนแปลงและบันทึกสัญญาณชีพเป็นระยะ  ตลอดจนสังเกตุภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

การพยาบาลผู้ป่วยหลังใส่สาย

     1.  จัดสภาพผู้ป่วยให้นอนพักในท่าที่สบาย

     2.  บันทึกสัญญาณชีพทุก  1  ชั่วโมง  จนอาการคงที่และสังเกตอาการเหนื่อยหอบหายใจเร็วขึ้น  กระสับกระส่าย O2  sat  ลดลง  แน่นหน้าอกหรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ถ้ามีอาการผิดปกติต้องรายงานแพทย์ทราบ

     3.  ติดตามผล chest X-ray และรายงานแพทย์  เพื่อดูว่าหลังใส่สายมี Pneumo/Haemo thorax หรือไม่

     4.  เฝ้าระวังภาวะเลือดออกจากบริเวณที่ใส่สายทุก  1 ชั่วโมงจนปกติหลังจากนั้นทุก 8 ชั่วโมง

     5.  ส่งตรวจและติดตามค่าความเข้มของเลือด (Hct)  การแข็งตัวของเลือด (PTT)  ถ้าพบภาวะเลือดออกมาก

     6.  สังเกตและประเมินอาการทางระบบประสาท  และบันทึกอาการทุก 1 - 2 ชั่วโมง

     7.  ระมัดระวังไม่ให้ลิ่มเลือดหรือฟองอากาศเข้าไปในสาย  ระมัดระวังการหักพับงอ  การเลื่อนหลุด  การอุดตันของสายและข้อต่อต่าง ๆ

     8.  ทำแผลทุกวันหรือสกปรกด้วยเทคนิคปราศจากเชื้อ  ตลอดจนสังเกตลักษณะอาการบวม  แดง  ร้อน  บริเวณที่ใส่สาย  รายงานให้แพทย์ทราบถ้าพบอาการผิดปกติ  และดูแลเปลี่ยน 3 way extention tube ทุก  3 วัน

     9.  การตรวจสอบตำแหน่งสายทุกครั้งที่ให้ยา  ทำแผล  หรืออย่างน้อยทุก  4  ชั่วโมง

    10. ในรายที่ต้องวัดความดันหลอดเลือดดำ  ต้อง Zero point ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนระดับ (Fhlebostatic axis)  Calibrate  เครื่องและ Balance Transducer ทุก 4  ชั่วโมงหรือทุกครั้งที่สงสัยว่าค่าที่อ่านไม่ถูกต้อง

     11. ขณะวัดความดันหลอดเลือดดำ  ไม่ควรใช้เวลานานเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับยาเพิ่มความดันหลายตัว  หรือให้ยาขนาดสูง เพราะจะทำให้ผู้ป่วยขาดยา

     12. อ่านค่าความดันของหลอดเลือดดำ  และบันทึกไว้ตามแผนการรักษาตลอดจนสังเกต CVP wave from หรือการขึ้นลงของน้ำ  ถ้าอ่านค่าความดันผิดปกติหรือ wave form ต่างไปจากเดิม  ควรใช้ Syringe ดูดว่ามีเลือดออกมาหรือไม่  ถ้าดูดเลือดไม่ออกหรือค่าความดันผิดปกติให้รายงานแพทย์ทราบ

     13. ให้สารน้ำ  เลือด  ผลิตภัณฑ์ของเลือดหรือยาตามแผนการรักษา

การพยาบาลขณะเอาสายออก

     1.  จัดผู้ป่วยให้นอนในท่าที่สุขสบาย

     2.  เมื่อเอาสายออกแล้วกดห้ามเลือด  จนแน่ใจว่าเลือดหยุดไหล  จึงปิดแผลด้วย sterile gauze ให้เรียบร้อย

     3.  ทำแผลทุกวันด้วยเทคนิคปราศจากเชื้อ  จากแผลปิดสนิทดี

     4.  ขณะทำแผลสังเกตการติดเชื้อบริเวณบาดแผล

ภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สาย

     1.  มีลมหรือเลือดในช่องอก  (Pneumo-Haemothorax)

     2.  มีฟองอากาศในเลือด  (Air embolism)

     3.  มีลิ่มเลือด  (Blood clot)

     4.  มีภาวะเลือดออก (Bleeding)  บริเวณที่ใส่สาย

     5.  ภาวะติดเชื้อ  (Infection)  ทั้งที่บาดแผลและในกระแสเลือด

อ้างอิง

http://203.185.128.100/p0/mainvichagarn.php?a=disp1&rowid=498

(เข้าถึงเมื่อ 3 กันยายน 2553)

 


  3 ก.ย. 2553 04:20 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ฉัตรวดี แก้วคำ

 p-jen_pum@hotmail.com 182.52.17.143:10.0.1.162

  

530 - การพยาบาลผู้ป่วยใส่สายวัดความดันของหลอดดำส่วนกลาง

                    CVP  (Central Venous Pressure)  หมายถึง  ค่าความดันของหลอดเลือดดำส่วนกลาง  โดยการใส่สายเข้าไปในหลอดเลือดดำใหญ่  บริเวณ  Subclavian Vein, Internal jugular vein หรือ Brachial vein ตำแหน่งปลายสาย อยู่ที่หัวใจห้องบนขวา  หรือเหนือหัวใจห้องบนขวา  (Superior vena cava)

 

มาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยใส่สาย CVP  ประกอบด้วย

 

มาตรฐานที่  1  ผู้ป่วยและญาติเข้าใจ  คลายความวิตกกังวลและยอมรับ

เกณฑ์การประเมินผล

1.             ผู้ป่วยมีความพร้อมของสภาพร่างกายก่อนสาย CVP

2.              ผู้ป่วยและญาติให้ความร่วมมือ

กิจกรรมพยาบาล

1.  อธิบายให้ผู้ป่วยและญาติทราบเกี่ยวกับความเป็นจำเป็นในการใส่สาย CVP เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยซักถาม  ให้ข้อมูลและอธิบายถึงสภาพความเจ็บป่วย  ตามความเป็นจริงให้มากที่สุด   

        2.  แนะนำวิธีการข้อปฏิบัติขณะใส่และระยะเวลาที่ใส่สาย CVP

        3.  ตรวจสอบสัญญาณชีพ  ระดับความรู้สึกตัวและบันทึกไว้เป็นเกณฑ์มาตรฐาน

        4.  เตรียมบริเวณที่ใส่สายบริเวณหน้าอกหรือแขนทั้งสองข้างให้สะอาด

        5.  จัดให้ผู้ป่วยนอนหงาย  ศรีษะต่ำ

 

มาตรฐานที่  2  อุปกรณ์การใส่สาย CVP  พร้อมใช้งาน

เกณฑ์การประเมินผล

1.  เตรียมอุปกรณ์ด้ถูกต้อง  พร้อมใช้งาน
 กิจกรรมพยาบาล                                              

1.  เตรียมเครื่องเฝ้าระวังไฟฟ้าหัวใจ  ชนิดมี Invasive  Pressure (Monitor)  พร้อมสาย Transducer ไม้วัดระดับ  (ไม้ Zero)

2.  ชุดเย็บแผล  (Set Suture)

3.  น้ำยา  Batadine

4.  1 % หรือ 2 % Xylocain

5.  ชามรูปไต

6.  Three way 1-2 ตัว  สารน้ำ, เลือด,ผลิตภัณฑ์ของเลือดและยาชนิดต่าง ๆ

7.  สาย Feeding tube No 5-8 หรือสาย Cavafix No. 335 , 338  โดยการปรึกษากับแพทย์ผู้ใส่

8.  เตรียมรถฉุกเฉิน  และชุดใส่ท่อระบายทรวงอก

 

 มาตรฐานที่  3  ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน

                    -  มีลมหรือเลือดในช่องอก  (Pneumo-Hacmothrox)

                    -  มีฟองอากาศในเลือด  (Air Embolism)

                    -  มีลิ่มเลือด  (Blood Clot)

                    - ้มีภาวะเลือดออก (Bleeding)  บริเวณที่ใส่สาย

                    -  ภาวะการติดเชื้อ  (Infection)

เกณฑ์การประเมินผล

1.             ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ  สัญญาณชีพปกติ

SBP            90 - 130 mmHg

DBP            60 - 70   mmHg

                           HR              60 - 100  ครั้ง/นาที

                            RR             16 - 24   ครั้ง/นาที

2.             จากผล Chest X-ray ไม่มี Pneumothorax , Hemothorax

3.             ไม่มีเลือดออกจากบริเวณที่ใส่สาย CVP

4.             ค่า Hct มากกว่า 30 %   PTT ไม่เกิน 1.5 เท่าของค่าควบคุม

5.             ไม่มีลิ่มเลือด   ฟองอากาศในสาย

6.             อุณหภูมิ 36 -37 องศาเซลเซียส ไม่มีอาการของแผล

กิจกรรมการพยาบาล

1.  สังเกตอาการเหนื่อยหอบ กระสับกระส่าย  และบันทึกสัญญาณชีพขณะใส่และหลังใส่สาย  ภายใน 2 ชม.             
     ถ้ามีอาการผิดปกติรายงานแพทย์ทราบ                              

2.  ติดตาม Chest X-ray  หลังใส่สายว่ามี Pneumothorax , Hemothorax  หรือไม่                                                
3.  เฝ้าระวังภาวะเลือดออกจากบริเวณที่ใส่สายทุก   1  ชม. จนปกติ  หรือหลังจากนั้น  8 ชม.                              

4.  ส่งตรวจและติดตามค่าความเข้มของเลือด  (Hct)   การแข็งตัวของเลือด (PTT)  ถ้ายังมีภาวะเลือดออกมาก                                                                      

5.  สังเกตและประเมินอาการทางระบบประสาท  (Neurological factor)  และบันทึกอาการทุก 1 -2 ชม.                                                                     

6.  ระวังไม่ให้มีลิ่มเลือดหรือฟองอากาศเข้าไปในสาย

7.  ทำแผลทุกวัน  ถ้าปิดก๊อสปิดด้วย Tegaderm เปลี่ยนทุก  3 วัน หรือเมื่อสกปรก

8.  ตรวจสอบและบันทึกอุณหภูมิทุก  4 ชม.

9.  เปลี่ยน Three way และ Extension ทุก 3 วัน

10. สังเกตอาการบวมแดง ร้อน บริเวณรอบแผลที่ใส่สายรายงานแพทย์ทันทีเมื่อพบสิ่งผิดปกติ

11. ตรวจและติดตามผล CBC

12. เมื่อแพทย์พิจารณาให้เอาสายออกได้  โดยเตรียม Set ทำแผลใช้ Betadine Paint และตัดไหมที่เย็บระหว่างสายและผิวหนัง  ดึงสายออกโดยใช้ผ้าก๊อสกดบริเวณแผลจนเลือดหยุดไหล  สังเกตอาการบวม  เลือดออก


มาตรฐานที่  4  เพื่อให้การอ่านค่าความดันของหลอดเลือดดำส่วนกลางถูกต้อง

 

อ้างอิงจาก

530 – การพยาบาลผู้ป่วยใส่สายวัดความดันของหลอดดำส่วนกลาง.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :             http://203.185.128.100/p0/mainvichagarn.php?a=disp1&rowid=530. (วันที่ค้นข้อมูล :  2 กันยายน 2553).



 


  3 ก.ย. 2553 10:59 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป หางปลาทู

 hikaru_putch@hotmail.com 182.52.19.31:10.0.1.44

  

เหลืออะไรอีกเปล่า เพื่อนๆ

 


  5 ก.ย. 2553 21:07 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป nurse

  114.128.127.42

   ถ้าปลดเครื่องช่วยหายใจกว่าจะวัดเสร็จผู้ป่วยคงแย่

 


  8 ก.ย. 2553 08:25 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป admin

  182.52.23.5:10.0.1.23

  

โอเค บอกให้เพื่อน ๆ เข้ามาอ่านแล้วคอมเมนท์ไว้ด้วยจะดูการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างกลุ่มด้วยครับ

อ.หนึ่ง

 


  11 ก.ย. 2553 15:50 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ฉัตรวดี กลุ่ม 7

 p-jen_pum@hotmail.com 182.52.21.62:10.0.0.61

  

เพื่อนๆๆๆๆๆค่ะ    เมื่ออ่านและทำความเข้าใจกับ หัวข้อเรื่อง   CVP  แล้ว   ช่วยตอบคำถามด้วยนะค่ะ 

พวกเรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ CVP Monitoring

 

  1. CVP บอกอะไรได้บ้าง?

                1.1   Blood volume

                1.2   Right ventricular venous return

                1.3   RV preload

                1.4   RV pump function

                1.5   LV preload

                1.6   Risk of pulmonary edema

2.       ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ CVP มีอะไรบ้าง?

3.       ค่าปกติของ CVP คือเท่าไร?

  1. ที่ใช้ของ CVP ในทางคลินิกมีอะไรบ้าง?
  2. การใช้ CVP เป็นแนวทางการให้สารน้ำ ทำได้อย่างไร?
  3. CVP ต่ำเพียงใดจึงควรให้สารน้ำเพิ่ม?                                  CVP สูงเพียงใดจึงควรหยุดให้สารน้ำ?                                 การให้ IV fluid keep CVP  8-12 cm H2O  ทำอย่างไร?
  4. ข้อบ่งชี้ของการทำ central veous line มีอะไรบ้าง?
  5. Central line เป็นเส้นที่เหมาะแก่การให้สารน้ำเร็วๆ เพราะให้ได้เร็วกว่า peripheral line ใช่หรือไม่?
  6. วิธีการทำ central line มีกี่วิธี? อะไรบ้าง?
  7. การวัด CVP ทำได้กี่วิธี  อะไรบ้าง?
  8. เวลาทำ จะสอดสาย CVP เข้าไปแค่ไหน?
  9. ตรวจสอบได้อย่างไรว่าปลายสายอยู่ในตำแหน่งดี? และค่า CVP ที่วัดได้ เชื่อถือได้?
  10. ตำแหน่งตั้ง 0 (zero level) คือตำแหน่งใด เรียกว่าอะไร หาได้อย่างไร?
  11. การวัด CVP จะต้องให้ผู้ป่วยนอนหงายราบหรือไม่?
  12. การวัด CVP จะต้องปลดเครื่องช่วยหายใจหรือไม่?
  13. จะวัดตอนน้ำขึ้นหรือน้ำลง?

 


  11 ก.ย. 2553 16:16 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป จารุวรรณ

  182.52.21.62:10.0.0.39

   3.ค่าปกติของ CVP คือเท่าไร? -ค่า CVP ปกติ อยู่ในช่วง 6-12 cmH2O

 


  11 ก.ย. 2553 17:26 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ภัทรพร

 hikaru_putch@hotmail.com 125.27.154.212:10.0.0.91

  

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ CVP มีอะไรบ้าง?

1.            Force from behind

2.            Pressure from in front

3.            Internal force: volume vs capacitance

4.            External force

 มันเป็นภาษาอังกฤษ  เหอะๆๆ

 


  11 ก.ย. 2553 17:26 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป จารุวรรณ

  125.27.154.212:10.0.0.39

   15.การวัด CVP จะต้องปลดเครื่องช่วยหายใจหรือไม่? -กรณีที่ผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจ และสามารถหายใจเองได้ ไม่มีหอบเหนื่อย ขณะอ่านค่า ให้ปลดเครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากเครื่องช่วยหายใจจะทำให้ได้ค่า CVP สูงกว่าค่าจริง *กรณีที่มีการใส่ PEEP จะทำให้ค่า CVP สูงกว่าค่าจริงมากขึ้น เนื่องจากความดันในช่องทรวงอกมาก แต่ในการวัด CVP ผู้ป่วยที่ on PEEP โดยเฉพาะที่ค่า PEEP > 5 cmH2O จะวัด CVP โดยไม่ปลดเครื่องช่วยหายใจ ทั้งนี้เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้มักมีภาวะของ hypoxia และการปลดเครื่องบ่อยจะมีผลให้ประสิทธิภาพในการถ่างถุงลมปอดลดลง ดังนั้นในการอ่านค่า CVP ทุกครั้ง ควรบันทึกไว้ด้วยว่าวัดขณะใส่เครื่องช่วยหายใจหรือปลดเครื่อง นอนศีรษะสูงกี่องศา

 


  11 ก.ย. 2553 17:39 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ภัทรพร

 hikaru_putch@hotmail.com 182.52.21.62:10.0.0.91

  

  10.การวัด CVP ทำได้ >> การ monitor CVP เป้าหมายหลัก คือการประเมิน Right atrial pressure (RAP) ดังนั้น การวัดตำแหน่งต้องอ้างอิงที่ระดับของ RA เราเรียกขั้นตอนนี้ว่าการ leveling การเปรียบเทียบตำแหน่ง RA กับ surface anatomy มีหลายวิธี แต่ที่นิยมมากที่สุด คือตำแหน่ง phlebostatic point
reference level หรือ phlebostatic point คือ โดยการหาตำแหน่ง intercostal space ที่สี่ ตรงขอบ sternum และลากเส้นสมมติตั้งฉาก (A) ไปตัดกับจุดกึ่งกลางทรวงอกที่วัดจากทรวงอกด้านหน้าและหลัง (ไม่ใช่ตำแหน่ง midaxillary line)(B) ดังรูป จะได้ตำแหน่ง phlebostatic point หลังจากนั้นใช้ไม้บรรทัดที่มีระดับน้ำเทียบตำแหน่ง phebostatic point มายัง transducer ที่ใช้วัด หรือเป็นตำแหน่งเริ่มค่าศูนย์ของไม้บรรทัดที่วัด

- อีกตำแหน่งที่เคยเห็นมีคนเขียนไว้ คือ 5 ซม ต่ำลงจากเส้น A
-ส่วนติ่งหู ไม่เคยเห็น หรือว่าจะประมาณเอา
ข้อควรทราบ หาก leveling ตำแหน่งผิดจาก phlebostatic point ต่างไป 1 ซม ค่าที่ได้จะต่างไป 1 ซม น้ำ หรือ 0.74 มม.ปรอท
เช่น leveling ตำแหน่งสูงจาก phlebostatic point 10 ซม ค่า CVP ที่ได้จะต่ำกว่าค่าจริงไป 10 ซม น้ำ หรือ 7.4 มม.ปรอท เป็นต้น


 


  11 ก.ย. 2553 17:44 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ภัทรพร

 hikaru_putch@hotmail.com 182.52.21.62:10.0.0.91

   7.ข้อบ่งชี้ของการทำ central veous line มีอะไรบ้าง?

1 วัดซีวีพีและตรวจสอบ
2 ขาดของหลอดเลือดดำต่อพ่วง
3 Rapid เข้าเลือดดำ
4 การบริหารยา
4.1 สารละลาย Hyperosmolar : TPN, hypertonic glucose
     
4.2 แก้ปัญหาระคายเคือง : pH มาก, เคมีบำบัดโรคมะเร็ง KCl> 40 mEq / L
     
4.3 Vasopressor : dopamine ปริมาณสูง NE, ตื่นเต้น
5 Frequent ตัวอย่างเลือด
6 หัวใจใส่ของหลอดสวนอื่น ๆ : สายสวนไตขวา
      
catheterization (ปณิธานของ emboli อากาศ) ไฟฟ้า pacing, ชั่วคราว
      
สายสวน PA (การตรวจสอบความดัน PA, output หัวใจ angiography PA,
      
ผสมตัวอย่างเลือดเลือดดำ)

 


  11 ก.ย. 2553 18:00 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ภัทรพร

 hikaru_putch@hotmail.com 125.27.154.212:10.0.0.91

  

ตอบจากข้อคิดเห็นข้างบนที่เป็นภาษาอังกฤษเป็นไทย

2. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ CVP มีอะไรบ้าง?

1 กำลังจากด้านหลัง

2 กดดันหน้า

3 กำลัง Internal : ปริมาณความจุ vs

4 กำลังภายนอก

 


  6 ส.ค. 2556 05:34 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป Real Air Jordans

 ciewxopaz@gmail.com 36.248.168.234

   http://www.refugeecaselaw.org/rss/playoffs%208s.html http://www.refugeecaselaw.org/rss/playoffs%208s.html [url=http://www.refugeecaselaw.org/rss/playoffs%208s.html]http://www.refugeecaselaw.org/rss/playoffs%208s.html[/url] [url=http://www.refugeecaselaw.org/rss/Bred%2011s.html]Real Air Jordans[/url] Real Air Jordans

 


  9 ส.ค. 2556 03:01 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ???? ??

 idlxks@gmail.com 181.225.36.5

   The desktop computer utilizing itunes crashed, just simply added itunes concerning fresh desktop computer. How you can continue mp3 via syncing with it? ???? ?? http://www.bvlgarihotsales.asia/ ???? ??

 


  9 ส.ค. 2556 03:02 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ???? ??

 idlxks@gmail.com 201.242.228.174

   May possibly the experience of course, if WE tried that on this desktop computer, it absolutely was every cracked and even bad. I am just looking at purchasing brand-new desktop computer at any rate. Will everyone understand from a desktop computer when the adventure is successful?. ???? ?? http://bvlgarie.fashionbuy.jp/

 


  9 ส.ค. 2556 03:02 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ???? ??

 idlxks@gmail.com 119.162.68.85

   So i am looking for a Wordpress paper subject that shall we te audience subscribe to a fabulous e-newsletter. When will i find whether a theme can achieve that? Pictures glance at the demos THAT I in no way come across this specific functionality. Many thanks!. ???? ?? http://www.bvlgarieshop.asia/

 


  9 ส.ค. 2556 03:02 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ???? ???

 idlxks@gmail.com 46.163.118.70:216.244.75.213

   Can i complete a Wordpress Motif while not using Wordpress relating to my personal personal pc? ???? ??? http://www.bvlgarisshop.asia/

 


page [1] 2   Next >>

ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ

ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010  
eXTReMe Tracker